ในอดีตนั้น มีพระราชาพระนามว่าพระเจ้ากุสนาค ทรงครองราชย์อยู่ในเมืองกุสินารา พระราชามีพระมเหสีที่เป็นที่รักชื่อพระนางจันทร์เทวี ทั้งสองพระองค์ทรงปรารถนาที่จะมีพระโอรสเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ เมื่อถึงคราวพระนางจันทร์เทวีทรงครรภ์ พระราชาและพระมเหสีจึงได้ไปบวงสรวงบูชาพระอิศวรขอให้พระโอรสมีบุญบารมีที่ยิ่งใหญ่
เมื่อถึงเวลา พระนางจันทร์เทวีได้ประสูติพระโอรสที่มีลักษณะงดงาม สมพระนามว่า “พระสุธน” พระสุธนเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณธรรมและเป็นที่รักของพระบิดาพระมารดา เมื่อเจริญวัย พระสุธนได้ถูกส่งไปศึกษาวิชาการต่อสำนักของพระฤาษีผู้มีญาณทิพย์ล้ำเลิศในป่าใหญ่
ในช่วงที่พระสุธนประทับอยู่ในป่านั้น พระองค์ได้เดินทางไปสู่สระบัวอันงดงามกลางป่า ที่นั่นพระองค์ได้พบกับมนโฑลา เทพธิดาผู้พิทักษ์สระบัวที่มีความงามราวกับนางฟ้า ทั้งสองเกิดความรักใคร่ต่อกันอย่างลึกซึ้งทันทีที่พบกัน แม้ว่าจะรู้ดีว่าความรักครั้งนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะมนโฑลาเป็นเทพธิดาที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้
แม้ความรักของทั้งสองจะบริสุทธิ์และลึกซึ้ง แต่ความรักนั้นต้องถูกกีดกันจากธรรมชาติของความเป็นเทพและมนุษย์ เมื่อถึงเวลาที่มนโฑลาต้องกลับสู่สวรรค์ พระสุธนจึงต้องทนกับความทุกข์ทรมานจากการพลัดพราก แต่ด้วยความรักที่มั่นคง พระสุธนตัดสินใจออกเดินทางตามหามนโฑลา ไม่ว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใด พระองค์เดินทางผ่านป่าเขาลำเนาไพร ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งจากอสูร มนุษย์ และธรรมชาติ พระองค์มุ่งมั่นตามหานางจนถึงที่สุด
ระหว่างทาง พระสุธนได้พบกับผู้มีอิทธิฤทธิ์หลายคน ทั้งฤาษี นักสิทธิ์ และพระเจ้าเมืองต่าง ๆ ที่ช่วยชี้ทางหรือมอบคำแนะนำให้ พระองค์ยังได้เรียนรู้ถึงความเสียสละ ความเข้มแข็ง และความอดทน ที่ทำให้พระองค์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้
ในที่สุด พระสุธนได้เดินทางถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สถานที่ที่มนโฑลาพำนักอยู่ เมื่อพระสุธนได้พบมนโฑลาอีกครั้ง ความรักของทั้งสองได้พิสูจน์ถึงความมั่นคงและการเสียสละของพระองค์ ทำให้เทพยดาทั้งหลายเห็นถึงความรักที่แท้จริง พระสุธนจึงได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมกับมนโฑลาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ชั่วนิรันดร์