Category: นิทาน

นิทานเป็นเรื่องเล่าหรือเรื่องราวที่มีลักษณะเป็นการเล่าเพื่อการศึกษา ความบันเทิง หรือสอนบทเรียนบางอย่าง นิทานมักจะใช้ตัวละครที่เป็นมนุษย์หรือสัตว์และมักจะมีข้อคิดหรือบทเรียนในตอนจบที่ต้องการสื่อถึงผู้ฟังหรือลูกหลาน นิทานมีหลายหมวดหมู่ ซึ่งสามารถจัดประเภทได้ตามลักษณะและเนื้อหาของเรื่องราว ดังนี้:

  1. นิทานพื้นบ้าน: เป็นนิทานที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นในวัฒนธรรมท้องถิ่น อาจจะเป็นเรื่องราวของวีรบุรุษ คนมีความสามารถพิเศษ หรือสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะพิเศษ เช่น “นิทานกริมม์” หรือ “นิทานอีสป”
  2. นิทานปรัมปรา: เป็นนิทานที่มีลักษณะเป็นตำนาน หรือเรื่องเล่าที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือสิ่งต่าง ๆ ในอดีต เช่น เรื่องราวของเทพเจ้าและวีรบุรุษในวรรณกรรมของกรีกหรือโรมัน
  3. นิทานสำหรับเด็ก: เป็นนิทานที่เขียนขึ้นโดยเฉพาะเพื่อเด็ก โดยมักจะมีภาพประกอบและบทเรียนที่เหมาะสมกับวัยเด็ก เช่น เรื่องราวของสัตว์ที่พูดได้ หรือเรื่องราวที่มีความซับซ้อนน้อยกว่าผู้ใหญ่
  4. นิทานที่มีข้อคิด: นิทานประเภทนี้มักจะมีข้อคิดหรือบทเรียนที่ชัดเจนในตอนจบ เช่น การสอนคุณธรรม ความกล้าหาญ หรือความซื่อสัตย์ นิทานประเภทนี้มักใช้เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านได้คิดและสะท้อนตัวเอง
  5. นิทานแฟนตาซี: เป็นนิทานที่มีองค์ประกอบของโลกแฟนตาซีหรือเหนือจริง เช่น เวทมนตร์ มนุษย์ต่างดาว หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีอยู่จริง นิทานประเภทนี้มักจะมีการผจญภัยและความมหัศจรรย์เป็นส่วนใหญ่

แต่ละหมวดหมู่ของนิทานสามารถสื่อถึงคุณค่าหรือบทเรียนที่แตกต่างกัน และแต่ละชนิดก็มีวิธีการเล่าและลักษณะเฉพาะที่ทำให้เรื่องราวมีความหลากหลายและน่าสนใจ

นิทาน มดกับแมลงวัน

นิทาน มดกับแมลงวัน

ในวันหนึ่งที่อากาศร้อนจัด มดตัวหนึ่งกำลังมองหาน้ำเพื่อดื่ม เพราะมันรู้สึกกระหายน้ำมาก มันเดินไปตามทางเดินจนพบกับบ่อน้ำเล็กๆ แต่มันพบว่า น้ำในบ่อน้ำนั้นต่ำเกินไปที่มันจะดื่มได้ มดตัวนั้นไม่รู้จะทำอย่างไร จึงคิดที่จะหาวิธีให้ตัวมันเองได้ดื่มน้ำ มันเริ่มที่จะวางกิ่งไม้ลงในบ่อน้ำเพื่อให้มันสามารถดื่มน้ำได้ แต่ด้วยความที่กิ่งไม้เล็กเกินไป มดยังไม่สามารถดื่มน้ำได้ ในขณะเดียวกัน แมลงวันตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นมดกำลังพยายามดื่มน้ำ แต่มันก็เห็นว่า มดไม่สามารถทำได้เอง มันจึงบินลงไปถามมดว่า “มดจ๋า ทำไมถึงไม่ดื่มน้ำละ?” มดตอบว่า “น้ำในบ่อน้ำต่ำเกินไป ฉันไม่สามารถดื่มได้เอง ฉันกำลังพยายามหาวิธี” แมลงวันเห็นว่า มดมีปัญหา จึงตัดสินใจช่วย มันบินไปหาหญ้าหรือวัสดุที่ลอยอยู่และนำมาวางในบ่อน้ำเพื่อให้ระดับน้ำสูงขึ้น แล้วมันก็ช่วยให้มดสามารถดื่มน้ำได้ มดรู้สึกขอบคุณมากและบอกกับแมลงวันว่า “ขอบคุณมากที่ช่วยฉัน ฉันไม่สามารถทำมันได้ด้วยตัวเอง”…

หนูกับหอยนางรม

นิทาน หนูกับหอยนางรม : The story of the rat and the oyster

ในเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคัก มีหนูตัวหนึ่งชื่อว่า รีมี (Remy) ที่รู้จักกันดีในฐานะหนูที่ฉลาดและช่างสงสัย วันหนึ่งขณะที่รีมีออกสำรวจตลาดที่พลุกพล่าน เขาได้พบกับร้านขายหอยนางรมเล็กๆ ร้านนี้เป็นร้านที่ขายหอยนางรมสดๆ และเจ้าของร้านเป็นชายชราที่มีดวงตาสดใส รีมีรู้สึกสนใจในสิ่งที่เห็น เขาจึงเข้าไปใกล้ร้านนั้น เจ้าของร้านเห็นหนูตัวเล็กและยิ้มให้กับเขา และตัดสินใจจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับหอยนางรมให้ฟัง “รู้ไหม,” เจ้าของร้านกล่าว “หอยนางรมมีวิธีพิเศษในการจัดการกับสิ่งที่ทำให้มันรู้สึกไม่สบายใจ” รีมีรู้สึกสงสัย “มันคืออะไร?” เขาถาม เจ้าของร้านอธิบายว่า “เมื่อหอยนางรมได้รับเม็ดทรายหรือสิ่งที่เล็กๆ แต่ทำให้มันรู้สึกระคายเคือง มันจะเริ่มหลั่งสารที่เรียกว่านาเคอร์เพื่อหุ้มสิ่งระคายเคืองนั้น และเมื่อเวลาผ่านไป นาเคอร์จะทับถมกันจนเกิดเป็นไข่มุกที่สวยงาม” รีมีรู้สึกทึ่ง “ดังนั้นหอยนางรมแปลงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ให้กลายเป็นสิ่งสวยงาม?” “ใช่เลย,” เจ้าของร้านตอบ รีมีคิดถึงบทเรียนนี้ขณะเขาเดินออกไป…

ลิงกับหมาจิ้งจอก : The story of the lion and the donkey

นิทาน ลิงกับหมาจิ้งจอก : The story of Monkey and the Fox

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าลึกที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีลิงตัวหนึ่งที่ชาญฉลาดและว่องไว มันมีเพื่อนเป็นหมาจิ้งจอกผู้เจ้าเล่ห์ ทั้งสองมักจะทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน แต่ลึก ๆ แล้ว หมาจิ้งจอกกลับอิจฉาลิงที่เป็นที่รักของสัตว์อื่น ๆ ในป่า วันหนึ่ง หมาจิ้งจอกเกิดความคิดร้ายขึ้นในใจ มันคิดจะหาวิธีหลอกลิงให้ตกอยู่ในอันตราย จึงวางแผนอย่างแยบยล หมาจิ้งจอกบอกลิงว่า “เจ้าลิง ข้าได้ยินมาว่ามีสวนผลไม้ลึกลับอยู่ในป่าลึก เต็มไปด้วยผลไม้หวานฉ่ำมากมาย แต่ต้องผ่านหน้าผาที่สูงชันและอันตราย ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถที่จะปีนป่ายได้ดี เราน่าจะไปลองกันดูนะ” ลิงหลงเชื่อคำพูดของหมาจิ้งจอก จึงตอบตกลงทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักสวนผลไม้นั้นมาก่อน ทั้งสองจึงออกเดินทางไปยังหน้าผาที่หมาจิ้งจอกกล่าวถึง เมื่อมาถึงหน้าผา…

นิทาน สิงโตกับลา : The story of the lion and the donkey

นิทาน สิงโตกับลา : The story of the lion and the donkey

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าที่ห่างไกลมีสิงโตผู้สง่างาม เป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งหลาย สิงโตมีเพื่อนเป็นลาตัวหนึ่ง ลาตัวนี้ไม่ฉลาดมากนัก แต่ก็มีความกล้าหาญ แม้บางครั้งจะดูไร้สาระในสายตาของสัตว์อื่น ๆ วันหนึ่ง สิงโตและลาตัดสินใจจะไปล่าสัตว์ด้วยกัน สิงโตเสนอแผนให้ลาทำเสียงดังเพื่อไล่เหยื่อออกมา ส่วนสิงโตจะซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ และจับเหยื่อที่วิ่งหนีออกมา ลาจึงทำตามที่สิงโตบอก มันร้องเสียงดังไปทั่วป่า เสียงนั้นดังก้องไปทุกทิศทาง ทำให้สัตว์ต่าง ๆ ในป่าตกใจกลัว พวกมันต่างพากันวิ่งหนีออกมาจากที่ซ่อน สิงโตจึงกระโจนเข้าจับสัตว์เหล่านั้นอย่างง่ายดาย หลังจากนั้น สิงโตและลาได้นั่งพัก ลารู้สึกภาคภูมิใจในตนเองที่สามารถทำให้สัตว์อื่น ๆ ตกใจกลัว มันจึงพูดกับสิงโตว่า “เห็นไหม ข้าก็เก่งไม่แพ้เจ้าเลย…

นิทานเสือกับสิงโต : The story of the tiger and the lion

นิทานเสือกับสิงโต : The story of the tiger and the lion

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และสัตว์นานาชนิด มีสัตว์สองตัวที่ถือว่าเป็นราชาแห่งป่า คือเสือและสิงโต ทั้งสองต่างก็มีพละกำลังที่เหนือกว่าสัตว์ตัวอื่นในป่า และด้วยเหตุนี้เอง ทั้งเสือและสิงโตต่างก็มีความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง วันหนึ่ง เสือเดินทางไปที่ลำธารเพื่อล่าหากวางสำหรับมื้อเย็น แต่เมื่อมันมาถึงที่ลำธาร มันก็พบว่ากวางที่มันตั้งใจจะล่าได้ถูกสิงโตล่าไปก่อนแล้ว เสือรู้สึกโกรธมาก “เจ้านี่ช่างกล้าดีที่มาขโมยเหยื่อของข้า!” เสือคำรามเสียงดัง สิงโตหันมามองเสือแล้วตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “ข้าล่าได้ก็ถือว่าเป็นของข้า ใครมีพลังมากกว่าก็ย่อมได้เปรียบในป่านี้” เสือไม่ยอมแพ้ และท้าทายสิงโตว่า “หากเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นราชาที่แท้จริง เรามาท้าทายกัน ใครแข็งแกร่งกว่าก็จะได้ครองป่าแห่งนี้” สิงโตยิ้มอย่างมั่นใจและตอบตกลง ทั้งสองตกลงกันว่าจะท้าทายกันที่ลานหินกลางป่า ซึ่งเป็นที่ที่สัตว์ทุกตัวในป่ารู้จักและเคารพ เพราะเป็นที่ที่ใช้ในการตัดสินความยิ่งใหญ่ของราชาแห่งป่า เมื่อถึงวันนัดหมาย สัตว์ทั้งหลายต่างก็มาเฝ้าดูการแข่งขันระหว่างเสือกับสิงโต พวกมันต่างตื่นเต้นและสงสัยว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการท้าทายครั้งนี้ การต่อสู้เริ่มขึ้น…

หมาป่ากับแกะ

นิทาน หมาป่ากับแกะ : The story of the wolf and the sheep

ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่มีฝูงแกะอาศัยอยู่พร้อมกับสุนัขเลี้ยงแกะที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด วันหนึ่ง หมาป่าตัวหนึ่งเดินผ่านมาทางทุ่งหญ้า มันเห็นฝูงแกะกำลังกินหญ้าอย่างสงบสุข หมาป่าจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ล่าแกะสักตัวเพื่อประทังความหิว หมาป่าจึงค่อยๆ แอบเข้าไปใกล้ฝูงแกะ แต่ไม่ทันไร สุนัขเลี้ยงแกะก็สังเกตเห็นหมาป่า มันเห่าดังลั่นและวิ่งเข้ามาไล่หมาป่า หมาป่าตกใจและวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ละความพยายาม มันจึงคิดแผนใหม่ วันรุ่งขึ้น หมาป่าปลอมตัวเป็นแกะ มันคลุกตัวลงในดินโคลนและหญ้า ทำให้ขนของมันดูเหมือนขนแกะ เมื่อมันกลับมาที่ทุ่งหญ้า สุนัขเลี้ยงแกะไม่สามารถแยกแยะหมาป่าจากแกะได้ หมาป่าจึงสามารถเข้ามาใกล้ฝูงแกะได้อย่างง่ายดาย เมื่อเวลากลางคืนมาถึง และสุนัขเลี้ยงแกะหลับไป หมาป่าที่ปลอมตัวเป็นแกะจึงเริ่มเลือกเหยื่อของมัน แต่มันไม่รู้ว่าแกะตัวหนึ่งได้สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ แกะตัวนั้นจึงปลุกเพื่อนๆ และพวกมันก็พากันวิ่งหนี เมื่อหมาป่ารู้ว่ามันถูกจับได้ มันจึงถอดหน้ากากแกะออกและพยายามล่าแกะ แต่มันก็ช้าไปแล้ว แกะทั้งหมดหนีไปยังที่ปลอดภัย…

วัวกับล้อเกวียน

นิทาน วัวกับล้อเกวียน : The story of the ox and the cart wheel

กาลครั้งหนึ่ง ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีวัวตัวหนึ่งที่ทำงานหนักในการลากเกวียนที่เต็มไปด้วยของหนักทุกวัน วัวตัวนี้ทำงานอย่างตั้งใจและไม่เคยบ่นเลย วันหนึ่ง ล้อเกวียนพูดคุยกับวัวขณะพักหลังจากการทำงานหนัก ว่า “เจ้าทำงานหนักมากทุกวัน ส่วนข้าก็เพียงแค่หมุนไปมาในทิศทางที่เจ้าลาก แต่เจ้าทำงานหนักเสมอ ข้าคิดว่าเป็นข้าที่สำคัญมากกว่าเจ้า” วัวฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจและถามว่า “ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น? ข้าคือผู้ลากเกวียนและพาหนะไปข้างหน้า ข้าต้องใช้แรงงานหนักทุกวัน ข้าไม่เห็นว่าการหมุนของเจ้านั้นจะสำคัญมากขนาดนั้น” ล้อเกวียนตอบว่า “ข้าคิดว่าการหมุนของข้าคือสิ่งที่ทำให้เกวียนเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่น ข้าคือส่วนที่สำคัญในการทำให้การเดินทางของเจ้าเป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดาย” วัวตอบกลับว่า “ข้ารู้ว่าการหมุนของเจ้าเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของเกวียน แต่การที่ข้าต้องลากเกวียนและทำงานหนักนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ข้าคิดว่าเราเป็นทีมที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ทุกอย่างเดินไปได้” ล้อเกวียนเริ่มเข้าใจว่าทั้งสองมีบทบาทที่สำคัญในงานนั้น และการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นเป็นต้นมา วัวและล้อเกวียนเรียนรู้ที่จะเคารพในความสำคัญของหน้าที่ของกันและกัน และทำงานร่วมกันอย่างกลมเกลียว บทเรียนจากนิทานนี้: ทุกส่วนของงานมีความสำคัญในบทบาทของมัน…

ไก่กับพระอาทิตย์

นิทาน ไก่กับพระอาทิตย์ : The story of the chicken and the sun

กาลครั้งหนึ่ง ในหมู่บ้านเล็กๆ มีไก่ตัวหนึ่งที่มีความรับผิดชอบในการปลุกชาวบ้านให้ตื่นแต่เช้า ไก่ตัวนี้มีนิสัยที่ขยันขันแข็งมากและทำงานอย่างสม่ำเสมอทุกเช้า ด้วยเสียงขันที่ดังและร่าเริง ทำให้ชาวบ้านเริ่มวันใหม่ได้อย่างสดใส วันหนึ่ง พระอาทิตย์ได้พบกับไก่และรู้สึกประหลาดใจที่เห็นไก่ทำงานอย่างหนักทุกวัน พระอาทิตย์จึงถามไก่ว่า “เจ้าทำงานอย่างนี้ทุกวันทำไม? พอถึงเวลาเช้า ข้าจะขึ้นฟ้าสูงและทำให้วันใหม่เริ่มต้น เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญในการทำให้วันเริ่มต้นอย่างไร?” ไก่ตอบด้วยความมั่นใจว่า “ข้ารู้ว่าพระอาทิตย์มีบทบาทในการทำให้วันใหม่เริ่มต้น แต่ข้าทำงานอย่างนี้เพราะรู้ว่าการทำงานอย่างขยันขันแข็งช่วยให้ชาวบ้านเริ่มวันใหม่ได้อย่างมีความสุขและพร้อมสู้กับวันใหม่” พระอาทิตย์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประทับใจและกล่าวว่า “ขอขอบคุณเจ้าที่ทำให้วันใหม่เริ่มต้นได้อย่างดี ข้าหลายครั้งอาจจะคิดว่าข้าคือผู้สำคัญ แต่เจ้าก็ได้พิสูจน์แล้วว่า การทำงานอย่างสม่ำเสมอและขยันขันแข็งนั้นมีคุณค่าและสำคัญเช่นกัน” ตั้งแต่นั้นมา พระอาทิตย์และไก่ได้เคารพซึ่งกันและกัน และไก่ก็ยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าแม้แต่การทำงานเล็กๆ น้อยๆ ก็มีความสำคัญและสามารถทำให้ชีวิตของผู้อื่นดีขึ้นได้ บทเรียนจากนิทานนี้: ความขยันขันแข็งและการทำงานอย่างสม่ำเสมอนั้นมีความสำคัญไม่แพ้กันกับความสามารถหรือความยิ่งใหญ่ของผู้อื่น การทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดสามารถสร้างผลดีและช่วยให้ผู้อื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น

ลิงได้แหวน

นิทาน ลิงได้แหวน : The story of the monkey getting the ring

ในป่าลึกที่เขียวขจี มีลิงตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “ลิงคีย์” ซึ่งอาศัยอยู่ในต้นไม้สูงใหญ่ ลิงคีย์เป็นลิงที่ขี้เล่นและชอบค้นหาสิ่งของใหม่ๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่ลิงคีย์กำลังเล่นอยู่ในป่า มันพบแหวนทองคำวางอยู่บนพื้นดิน แหวนนี้ดูแวววาวและสวยงามมาก ลิงคีย์หยิบแหวนขึ้นมาและสังเกตเห็นว่ามันส่องแสงเป็นประกาย สัตว์อื่น ๆ ในป่าก็สนใจในแหวนทองคำนี้และต่างพูดถึงความสวยงามของมัน ลิงคีย์เริ่มทดลองใส่แหวนที่นิ้วของมัน และพบว่าแหวนไม่สามารถพอดีกับนิ้วของมันได้ บางครั้งมันก็ลองใส่แหวนบนหัวของมัน หรือแม้กระทั่งใช้แหวนเป็นเครื่องประดับที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ แต่แหวนก็ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งที่มันต้องการ วันหนึ่ง ขณะลิงคีย์กำลังเล่นกับแหวนอยู่นั้น มันได้เห็นสัตว์อื่น ๆ ที่ต้องการแหวนทองคำนี้บ้าง บางตัวคิดว่าแหวนสามารถนำโชคลาภมาให้ได้ บางตัวคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ลิงคีย์เริ่มรู้ว่ามันไม่สามารถใช้แหวนทองคำนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ แต่ก็ไม่อยากทิ้งมันไปเพราะรู้สึกว่ามันมีค่ามาก ลิงคีย์ตัดสินใจที่จะให้แหวนทองคำนี้เป็นของขวัญแก่สัตว์ในป่า ลิงคีย์เรียกสัตว์ทั้งหมดมารวมตัวกันและพูดว่า “ฉันพบแหวนทองคำนี้และรู้ว่ามันมีค่ามาก…

มดกับตั๊กแตน

นิทาน มดกับตั๊กแตน : The story of the ant and the grasshopper

ในฤดูร้อนที่มีความอบอุ่นและสดใส มดตัวหนึ่งและตั๊กแตนตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า ตลอดทั้งวัน ตั๊กแตนจะร้องเพลงและเต้นรำอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดถึงอนาคต ในขณะที่มดทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสำหรับฤดูหนาว มดทำงานอย่างขยันขันแข็งตลอดทั้งฤดูร้อน มันเก็บอาหารอย่างต่อเนื่องและจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ไว้ในรังของมัน เพื่อให้มีอาหารเพียงพอในฤดูหนาว ขณะที่ตั๊กแตนมักจะมองมดด้วยความขบขันและพูดว่า “ทำไมเจ้าถึงทำงานหนักอย่างนี้? ชีวิตมีความสนุกมากมายที่ต้องทำ เราควรใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน” มดเพียงแค่ยิ้มและตอบว่า “การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ ฉันต้องทำงานหนักตอนนี้เพื่อให้มีอาหารเพียงพอในฤดูหนาว” ฤดูร้อนผ่านไปและฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนพบว่ามันไม่มีอาหารและเริ่มรู้สึกหิวโหย มันไปหามดและขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่า “กรุณาช่วยฉันด้วย ฉันไม่มีอาหารและไม่สามารถหามันได้” มดเห็นสถานการณ์ของตั๊กแตนและรู้สึกเห็นใจ มันตัดสินใจแบ่งปันอาหารที่มันเก็บสะสมไว้ แม้ว่าไม่สามารถให้ตั๊กแตนทั้งหมดได้ แต่มันก็ยินดีที่จะช่วยเหลือในวิธีที่มันทำได้ ตั๊กแตนรู้สึกขอบคุณมากและได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับความสำคัญของการเตรียมตัวและการทำงานหนัก มันตระหนักว่าความสนุกสนานในปัจจุบันไม่ควรทำให้เราลืมถึงการเตรียมตัวสำหรับอนาคต หลังจากนั้น…